เกษียณที่ไทย คนไทยในเยอรมันต้องรู้อะไรบ้าง?
- Jun 22
- 3 min read
Updated: Jul 4

*** อัปเดต มิถุนายน 2026 · ข้อมูลจากแหล่งสาธารณะ · ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายหรือการเงิน
ระบบเกษียณ 3 เสา · ขั้นตอนการติดต่อหน่วยงาน · เงินอะไรโอนไปไทยได้และไม่ได้
หลายคนทำงานในเยอรมันมา 20–30 ปี ส่งเงินเดือนจ่ายเข้า Rentenversicherung ทุกเดือน แต่ยังไม่แน่ใจว่า เมื่อถึงวันที่อยากกลับบ้าน เงินก้อนนั้นจะตามมาด้วยหรือเปล่า
01 ระบบเกษียณ 3 เสาของเยอรมัน Drei-Säulen-Modell
เยอรมันออกแบบระบบเกษียณแบบ "3 เสาหลัก" ให้คนวางแผนไม่ต้องพึ่งแหล่งเดียว สิ่งที่สำคัญสำหรับคนไทยที่วางแผนกลับไทยคือ แต่ละเสามีกฎที่แตกต่างกันมากในเรื่องว่า "เอาออกจากเยอรมันได้แค่ไหน"

▶︎ เสาที่ 1 — ภาคบังคับ
Gesetzliche Rente · บำนาญรัฐ
ถูกหักจากเงินเดือนอัตโนมัติทุกเดือน 18.6% (นายจ้างและลูกจ้างจ่ายฝ่ายละครึ่ง) ทุกคนที่ทำงานในเยอรมันมีเสานี้อยู่แล้วโดยไม่ต้องสมัคร บำนาญรัฐรับประกันประมาณ 48% ของเงินเดือนเฉลี่ย และค่าเฉลี่ยที่คนได้รับจริงอยู่ที่ประมาณ ผู้หญิง 955€ /เดือน ผู้ชาย 1,405€ /เดือน
⎮สำหรับคนไทยที่คิดจะกลับ: โอนได้ แต่ต้องทำงานในเยอรมันครบ 5 ปีขึ้นไป
▶︎ เสาที่ 2 — ต้องสมัครเอง
Betriebliche Altersvorsorge (bAV) · กองทุนจากนายจ้าง
ต้องสมัครเองกับนายจ้าง เงินถูกหักก่อนคำนวณภาษีและประกันสังคม จึงช่วยประหยัดภาษีในตัว แต่มีข้อพึงระวัง: เมื่อกลับไทย เงินจาก bAV ยังต้องเสียภาษีเยอรมันเต็มจำนวนเมื่อรับ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนในโลก
⎮ต้องปิดหรือตรึงบัญชีก่อนย้าย ต้องรับคำแนะนำจากที่ปรึกษาที่เชี่ยวชาญ
▶︎ เสาที่ 3 — ออมเองอิสระ
Private Altersvorsorge · ออมส่วนตัว
ยืดหยุ่นที่สุด ออกแบบได้เอง ได้แก่ ETF Sparplan, Rürup-Rente, Altersvorsorgedepot (กฎหมายใหม่ปี 2027) แต่ละอย่างมีกฎต่างกันเรื่องการนำออกนอก EU ซึ่งส่งผลโดยตรงหากวางแผนกลับไทย
⎮ ETF ใน Depot โดยทั่วไปต้องขายก่อนหรือโอนย้าย Broker — ตรวจสอบกับ Broker ของคุณโดยตรง
สิ่งที่คนมักเข้าใจผิด
"บำนาญรัฐเยอรมันรับประกันแค่ 48% ของเงินเดือนเฉลี่ย ถ้าตอนทำงานใช้จ่ายเดือนละ 3,000 ยูโร แต่ตอนเกษียณได้แค่ 1,100 ยูโร ส่วนที่เหลืออีก 1,900 ยูโรต้องมาจากเสาที่ 2 และ 3 ซึ่งแต่ละคนวางแผนต่างกัน"
02 เงินอะไรโอนไปไทยได้ และไม่ได้
นี่คือหนึ่งในคำถามที่พบบ่อยที่สุด และคำตอบก็ซับซ้อนกว่าที่คิด ขึ้นอยู่กับประเภทของเงินออม ไม่ใช่จำนวนเงิน
▶︎ โอนไปไทยได้ — ไม่ต้องขายทิ้ง
✔︎ | บำนาญรัฐ Gesetzliche Rente (Rentenversicherung) โอนเข้าบัญชีในไทยได้โดยตรง — แต่ต้องทำงานในเยอรมันครบ 5 ปีขึ้นไป และต้องแจ้ง Deutsche Rentenversicherung ก่อนย้าย |
✔︎ | เงินออมทรัพย์ Tagesgeld / Festgeld / เงินในบัญชีธนาคาร โอนได้อิสระ ไม่มีข้อจำกัด แต่ถ้าโอนเกิน 10,000 ยูโรต่อครั้ง ธนาคารมีหน้าที่แจ้งหน่วยงานรัฐโดยอัตโนมัติ (ไม่ผิดกฎหมาย แต่ต้องมีที่มาที่ไปชัดเจน) |
✔︎ | บำนาญส่วนตัว Rürup-Rente / Basisrente รับเป็นรายเดือนตลอดชีวิตเท่านั้น — ไม่สามารถถอนเป็นก้อนได้ ถอนไม่ได้จนกว่าจะอายุ 62 ปี แต่เมื่อถึงเวลาโอนได้แม้จะอยู่ในไทย |
▶︎ ต้องขายหรือปิดก่อนกลับไทย
✘ | กองทุน ETF ETF / หุ้น ใน Depot Broker ส่วนใหญ่กำหนดให้เจ้าของบัญชีต้องมีที่อยู่ใน EU — ต้องตรวจสอบกับ Broker ของคุณโดยตรง บางแห่งอาจมีทางเลือกการโอนย้าย |
✘ | กองทุนนายจ้าง Betriebliche Altersvorsorge (bAV) ส่วนใหญ่ไม่สามารถโอนออกนอก EU ได้ในขณะที่ยังทำงานอยู่ — เมื่อถึงวัยเกษียณสามารถรับได้แต่ต้องเสียภาษีเยอรมัน |
✘ | กองทุน Riester Riester-Rente ห้ามนำออกนอก EU — ต้องคืนเงินอุดหนุนที่รัฐให้มาทั้งหมด กำลังจะถูกยกเลิกและแทนที่ด้วย Altersvorsorgedepot ในปี 2027 |
▶︎ ต้องรอดูกฎหมายใหม่
? | กองทุนใหม่ปี 2027 Altersvorsorgedepot (แทน Riester) มีผลใช้ตั้งแต่ 1 มกราคม 2027 ยังไม่มีความชัดเจนว่าถ้าย้ายออกนอก EU จะต้องคืนเงินอุดหนุนหรือไม่ — ต้องติดตามกฎหมายลูก |
หมายเหตุ: ตัวเลขและกฎเกณฑ์ข้างต้นอิงจากข้อมูลสาธารณะ ณ มิถุนายน 2026 กฎหมายสามารถเปลี่ยนแปลงได้ โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับ Altersvorsorgedepot ควรปรึกษา Steuerberater ที่มีประสบการณ์ด้าน Expat ก่อนตัดสินใจ
03 ต้องเตรียมตัวล่วงหน้ากี่เดือน?
จากประสบการณ์ของผู้ที่ย้ายกลับไทยแล้ว การเตรียมตัวที่ดีควรเริ่มอย่างน้อย 12 เดือนก่อนวันที่ตั้งใจจะออกจากเยอรมัน บางกระบวนการใช้เวลานานกว่าที่คิด
● 18–24 เดือนก่อน
เริ่มต้นด้วยการเช็คตัวเลขที่แท้จริง
ขั้นแรกคือรู้ว่าคุณจะได้รับบำนาญเท่าไหร่ และมีภาระภาษีอะไรรออยู่บ้าง ช่วงนี้ควรเป็นช่วง "หาข้อมูล" ยังไม่ต้องตัดสินใจอะไรถาวร
● 12 เดือนก่อน
วางโครงสร้างการเงินสองประเทศ
ช่วงนี้คือการเริ่มจัดการบัญชีและเอกสารที่ต้องใช้ทั้งสองฝั่ง ความซับซ้อนขึ้นอยู่กับว่าคุณมีเงินออมประเภทไหนบ้าง
● 6 เดือนก่อน
ดำเนินการเรื่องวีซ่าและสัญญาต่างๆ
เริ่มกระบวนการที่ใช้เวลารอนาน เช่น วีซ่า และทยอยปิดสัญญาที่ไม่จำเป็นแล้วในเยอรมัน
● 1–3 เดือนก่อน
ขั้นตอนทางการก่อนวันย้ายจริง
ช่วงนี้มีรายละเอียดที่ละเอียดอ่อนเรื่องลำดับเวลา เพราะส่งผลต่อสถานะภาษีของคุณโดยตรง
● หลังย้าย
ยืนยันว่าทุกอย่างเชื่อมต่อถูกต้อง
ตรวจสอบว่าเงินโอนเข้าถูกบัญชี และปิดเรื่องที่ยังค้างอยู่ในเยอรมันให้เรียบร้อย
04 ติดต่อหน่วยงานใดบ้าง
นี่คือหน่วยงานและผู้เชี่ยวชาญที่จะเข้ามาเกี่ยวข้องกับเส้นทางของคุณ — เพื่อให้คุณรู้ว่าควรตั้งคำถามอะไรไว้ล่วงหน้า ก่อนจะเดินเข้าไปคุยกับแต่ละฝ่าย
1 Deutsche Rentenversicherung (DRV)
ตรวจสอบสิทธิ์บำนาญของคุณ
หน่วยงานแรกที่ต้องคุยด้วยคือ DRV เพื่อรู้ว่าคุณสะสมสิทธิ์มาเท่าไหร่ และจะได้รับบำนาญเดือนละเท่าไหร่หากย้ายไปอยู่ไทย คำตอบที่ได้จะเป็นตัวเลขจริงที่ใช้วางแผนการเงินที่เหลือทั้งหมด
คำถามที่ควรเตรียมไปถาม: ทำงานครบ 5 ปีหรือยัง และตัวเลขที่จะได้รับจริงคำนวณจากอะไร
2 Steuerberater / ที่ปรึกษาภาษี
วางแผนภาษีข้ามประเทศก่อนย้าย
เรื่องภาษีซ้อนระหว่างเยอรมัน-ไทย และกฎใหม่ของกรมสรรพากรไทยปี 2024 เป็นเรื่องที่ต้องคุยกับผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ Expat โดยเฉพาะ ไม่ใช่ Steuerberater ทั่วไปทุกคนจะคุ้นเคยกับกรณีย้ายออกนอก EU
นี่คือจุดที่คนส่วนใหญ่เสียเงินเกินจำเป็นโดยไม่รู้ตัว เพราะปรึกษาช้าเกินไป
3 Broker / ธนาคาร (ETF Depot)
ตรวจสอบสถานะบัญชีลงทุนของคุณ
แต่ละ Broker มีนโยบายต่างกันเรื่องบัญชีของผู้ที่ย้ายออกนอก EU บางแห่งอนุญาตให้คงบัญชีไว้ บางแห่งไม่อนุญาต และมีรายละเอียดภาษีกำไรที่ต้องคำนวณก่อนตัดสินใจขาย
การจัดลำดับว่าจะขายอะไรก่อน-หลัง ส่งผลต่อภาษีที่ต้องจ่ายอย่างมาก — เป็นเรื่องที่ควรวางแผนเฉพาะบุคคล
4 Thai Consulate ในเยอรมัน
เริ่มกระบวนการขอวีซ่าเกษียณไทย
สถานกงสุลไทยในเยอรมันมีหลายเมือง และแต่ละแห่งมีรายละเอียดเอกสารที่ต้องเตรียมต่างกันเล็กน้อย ควรตรวจสอบล่วงหน้าก่อนเดินทางไปยื่น
ดูเงื่อนไขพื้นฐานของวีซ่าในส่วน 05 ของเอกสารนี้
5 Einwohnermeldeamt (Bürgerbüro)
แจ้งย้ายออกจากเยอรมัน (Abmeldung)
วันที่คุณเลือกทำ Abmeldung ส่งผลต่อสถานะภาษีปีสุดท้ายของคุณในเยอรมัน — เป็นรายละเอียดที่ควรตัดสินใจร่วมกับ Steuerberater ไม่ใช่เลือกวันตามความสะดวก
สิ่งที่ต้องเตรียมพร้อมก่อนวันนี้: ประกันสุขภาพในไทยที่ครอบคลุมทันทีที่ประกันเยอรมันหมดอายุ
6 Deutsche Rentenversicherung & Finanzamt
ปิดเรื่องในเยอรมัน เปิดเรื่องในไทย
ช่วงสุดท้ายคือการแจ้งที่อยู่ใหม่ให้หน่วยงานบำนาญ และยื่นภาษีปิดบัญชีปีสุดท้ายในเยอรมัน ทั้งสองเรื่องมีรายละเอียดเฉพาะที่ขึ้นอยู่กับสถานะของแต่ละคน เช่น ยังมีรายได้จากเยอรมันต่อหรือไม่
เรื่องภาษีบำนาญหลังย้ายออกมักซับซ้อนกว่าที่คิด — ควรมีคนช่วยตรวจสอบเฉพาะกรณีของคุณ

05 วีซ่าเกษียณอายุของไทย
O-A · O-X · LTR — สามทางเลือก
ไทยมีวีซ่าระยะยาวสำหรับผู้เกษียณอายุอยู่ 3 ประเภทหลัก แต่ละแบบมีเงื่อนไขทางการเงิน ระยะเวลา และข้อจำกัดสัญชาติที่ต่างกันมาก ข้อมูลด้านล่างอ้างอิงจากประกาศของกรมการกงสุล สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และสมาคมประกันวินาศภัยไทย (TGIA) ณ มิถุนายน 2026 — กรุณาตรวจสอบกับสถานกงสุลไทยอีกครั้งก่อนยื่น เพราะเงื่อนไขเปลี่ยนแปลงได้ตลอด
01 Non-Immigrant Visa O-A · Retirement Visa | 1 ปี ต่ออายุได้ทุกปี — เปิดรับทุกสัญชาติ |
อายุขั้นต่ำ 50 ปีขึ้นไป | เงินในบัญชีไทย 800,000 บาท หรือรายได้ต่อเดือน 65,000 บาท (หรือรวมกันให้ครบ 800,000 บาท/ปี) |
ประกันสุขภาพ ความคุ้มครองรวมไม่น้อยกว่า 3,000,000 บาท (100,000 USD) ต่อปีกรมธรรม์ รวม COVID-19 | รายงานตัว ทุก 90 วัน (ทำออนไลน์ได้) |
ยื่นขอที่ไหน Thai Consulate สถานทูตไทยในประเทศที่พำนัก (เช่น เบอร์ลิน, แฟรงก์เฟิร์ต) หรือผ่านระบบ e-Visa ออนไลน์ | สิ่งที่ทำไม่ได้ ทำงานรับเงินในไทยไม่ได้ |
02 Non-Immigrant Visa O-X · Long Stay | 5 ปี ต่อได้อีก 5 ปี (รวมสูงสุด 10 ปี) เฉพาะ 14 ประเทศ |
อายุขั้นต่ำ 50 ปีขึ้นไป | สัญชาติที่มีสิทธิ์ 14 ประเทศ รวมเยอรมนี — พร้อมด้วยญี่ปุ่น ออสเตรเลีย เดนมาร์ก ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส อิตาลี เนเธอร์แลนด์ นอร์เวย์ สวีเดน สวิตเซอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร แคนาดา และสหรัฐอเมริกา |
เงินในบัญชีไทย 3,000,000 บาท หรือ 1,800,000 บาท + รายได้ 1,200,000 บาท/ปี (ต้องครบ 3,000,000 บาทภายใน 1 ปีหลังเข้าไทย) | หลังปีแรก ลดยอดคงเหลือขั้นต่ำได้ถึง 1,500,000 บาท แต่ห้ามต่ำกว่านี้ตลอดระยะเวลาวีซ่า |
ประกันสุขภาพ ผู้ป่วยนอกไม่น้อยกว่า 40,000 บาท และผู้ป่วยในไม่น้อยกว่า 400,000 บาทต่อปี | รายงานตัว ทุก 90 วัน เช่นเดียวกับ O-A |
ยื่นขอที่ไหน ช่องทางเดียวกับ O-A : Thai Consulate สถานทูตไทยในประเทศที่พำนัก (เช่น เบอร์ลิน, แฟรงก์เฟิร์ต) หรือผ่านระบบ e-Visa ออนไลน์ |
03 LTR Visa · Wealthy Pensioner | 5 ปี ต่อได้อีก 5 ปี — บริหารโดย BOI ไม่ใช่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง |
อายุขั้นต่ำ 50 ปีขึ้นไป | สัญชาติที่มีสิทธิ์ ทุกสัญชาติ |
รายได้ Passive income (บำนาญ ค่าเช่า เงินปันผล ดอกเบี้ย) ไม่น้อยกว่า 80,000 USD/ปี — รายได้จากการทำงานนับไม่ได้ | หากรายได้ไม่ถึง รายได้ 40,000–80,000 USD/ปี ต้องลงทุนเพิ่ม 250,000 USD ในพันธบัตรรัฐบาลไทย หุ้นบริษัทจดทะเบียนไทย หรืออสังหาริมทรัพย์ไทย (ต้องลงทุนไว้ก่อนยื่นคำขอ) |
รายงานตัว ปีละ 1 ครั้งเท่านั้น และไม่ต้องทำ Re-entry Permit | สิทธิเสริม ขอใบอนุญาตทำงานได้ (Digital Work Permit) และยกเว้นภาษีเงินได้จากต่างประเทศในหลายกรณี |
ยื่นขอที่ไหน สมัครออนไลน์ผ่านระบบของ BOI (ltr.boi.go.th) ก่อน เพื่อขอใบรับรองคุณสมบัติ จากนั้นไปรับวีซ่าจริงที่สถานทูตไทยในเยอรมัน หรือที่ศูนย์ TIESC กรุงเทพฯ — เป็นคนละระบบจาก O-A และ O-X |
ข้อสังเกตสำหรับคู่สมรสชาวเยอรมัน เยอรมนีเป็นหนึ่งใน 14 ประเทศที่มีสิทธิ์ยื่น O-X ทำให้คู่สมรสชาวเยอรมันมีตัวเลือกที่คนสัญชาติอื่นไม่มี — แต่ตัวเลขเงินฝากที่สูงกว่า O-A เกือบ 4 เท่า ทำให้ต้องคำนวณให้รอบคอบว่าความสะดวกที่ได้ (ต่ออายุน้อยครั้งกว่า) คุ้มกับเงินก้อนที่ต้องตรึงไว้หรือไม่
ตัวเลือกที่ 4 ที่ควรรู้จัก — Thailand Privilege Visa |
วีซ่านี้ (เดิมชื่อ Thailand Elite Visa) แตกต่างจากสามวีซ่าข้างต้นโดยพื้นฐาน — มันคือการซื้อสิทธิ์พำนักด้วยค่าสมาชิกครั้งเดียว ไม่ใช่วีซ่าที่อิงอายุ บำนาญ หรือรายได้ ใครก็ซื้อได้โดยไม่ต้องพิสูจน์คุณสมบัติทางการเงินใดๆ ค่าสมาชิกอยู่ระหว่างประมาณ 650,000–5,000,000 บาท ขึ้นอยู่กับระดับ (5–20 ปี) บริหารโดยบริษัทของรัฐ ไม่ใช่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองหรือ BOI
สำหรับผู้ที่มีบำนาญหรือเงินออมตามเกณฑ์ O-A, O-X หรือ LTR อยู่แล้ว วีซ่านี้มักไม่ใช่ทางเลือกที่คุ้มค่าที่สุด — เหมาะกับกรณีเฉพาะมากกว่าเป็นตัวเลือกหลัก |
*** ข้อบังคับที่ต้องปฏิบัติตามตลอดการพำนัก (ทุกประเภทวีซ่าข้างต้น)
☐ รายงานตัวตามกำหนด (TM.47): แจ้งที่อยู่ปัจจุบันต่อสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองตามรอบที่กำหนด (90 วันสำหรับ O-A/O-X, 1 ปีสำหรับ LTR) ทำได้ด้วยตนเอง ทางไปรษณีย์ หรือออนไลน์ |
☐ การแจ้งที่พักของผู้ให้เช่า (TM.30): เจ้าของบ้านหรือผู้ให้เช่าที่คุณพักอยู่ มีหน้าที่ตามกฎหมายต้องแจ้งข้อมูลผู้เช่าชาวต่างชาติให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองทราบ ควรตรวจสอบกับเจ้าของที่พักว่าได้ดำเนินการเรื่องนี้แล้ว |
☐ Re-entry Permit (O-A และ O-X เท่านั้น): หากต้องเดินทางออกนอกไทยแล้วต้องการกลับเข้ามาด้วยวีซ่าเดิม ต้องขอ Re-entry Permit ก่อนเดินทางออกทุกครั้ง ไม่เช่นนั้นวีซ่าจะถูกยกเลิกโดยอัตโนมัติ (LTR ได้รับการยกเว้นข้อนี้) |
06 สิ่งที่ควรคิดถึงก่อนย้าย
นี่ไม่ใช่ checklist ที่ทำตามแล้วจบ แต่เป็นหมวดหมู่คำถามที่ควรมีคำตอบให้ตัวเองก่อนตัดสินใจวันย้ายจริง รายละเอียดของแต่ละหัวข้อขึ้นอยู่กับสถานการณ์เฉพาะของคุณมาก
ด้านการเงินและบำนาญ ☐ คุณรู้แล้วหรือยังว่าจะได้รับบำนาญเท่าไหร่ และเมื่อไหร่ ☐ เงินออมแต่ละประเภทที่คุณมี (bAV, ETF, เงินฝาก) แต่ละอย่างมีข้อจำกัดต่างกันเมื่อย้ายออก EU ☐ คุณมีคนที่ปรึกษาเรื่องภาษีข้ามประเทศหรือยัง |
ด้านเอกสารและทะเบียน ☐ ลำดับเวลาของวีซ่า การแจ้งย้ายออก และการปิดภาษี ส่งผลถึงกันและกัน ☐ ช่วงเปลี่ยนผ่านของประกันสุขภาพ — ระหว่างที่ของเยอรมันหมดและของไทยเริ่ม |
ด้านการตั้งถิ่นฐานในไทย ☐ เมืองที่ใช่สำหรับคุณอาจไม่ใช่เมืองที่คนอื่นแนะนำ — ขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์และงบประมาณจริง ☐ การเข้าถึงบริการสุขภาพและชุมชนที่พูดภาษาที่คุณสื่อสารได้ ☐ แผน "ทางออก" หากชีวิตในไทยไม่เป็นไปตามที่คาดไว้ |
เอกสารนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นจุดเริ่มต้นในการวางแผนเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย การเงิน หรือการแพทย์ ข้อมูลอ้างอิงจากแหล่งสาธารณะ ณ มิถุนายน 2026 และอาจเปลี่ยนแปลงได้ Eldwi แนะนำให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่เหมาะสมก่อนตัดสินใจใดๆ จัดทำโดย Eldwi.com · Entiverse Co., Ltd. · เชียงใหม่ ประเทศไทย · แฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมัน




Comments